<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกฟ้องคดีลูกเขยวัย 15 สุดแสบ ฟ้องแม่ยายยักยอกลอตเตอรี่ 12 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;ก.ย.61 -&amp;nbsp;จากกรณีที่นายไก่ (นามสมมติ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ 15 ปี พร้อมมารดาชาว อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหงส์ &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ เมื่อเดือน เม.ย.2561&amp;nbsp;ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า &amp;nbsp;นางมานิตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เต็มปักษี อายุ 44 ปี ชาวบ้านหนองไผ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต.เสาเดียว&amp;nbsp;อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแม่ยายของหนุ่มวัย 15 ปี คนดังกล่าว ที่ได้อยู่กินกับลูกสาวคนเล็ก อายุ 14 ปี แบบสามีภรรยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วย น.ส.สมศรี สายสมคุณ อายุ 21 ปี บุตรสาวคนโตของนางมานิตย์ &amp;nbsp;และนางฉวีวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลูกจันทร์ อายุ 30 ปี หลานสาวของนางมานิตย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกล่าวหาว่า ทั้ง 3 ยักยอกทรัพย์สลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 หมายเลข 412073 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย. 2561 จำนวน 2 ใบ เป็นเงินรางวัล 12 ล้านบาท ที่หนุ่มวัย 15 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยอ้างว่า ถูกรางวัลที่ 1 แล้วนำลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบ ไปฝากไว้กับนางมานิตย์ ผู้เป็นแม่ยาย &amp;nbsp;แต่กลับถูกแม่ยายนำไปขึ้นเงิน พร้อมทั้งได้มีการว่าจ้างทนายความยื่นฟ้องศาลจังหวัดนางรอง ให้เอาผิดกับบุคคลทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ส.ค.2561&amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทนายปิยณัฐ &amp;nbsp;สุกยัง &amp;nbsp;ทนายอาสาจากเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม &amp;nbsp;พร้อมจำเลยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีอาญาที่ อ.846/2561&amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ได้นัดไต่สวนมูลฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ คือ แฟนของลูกสาวได้อ้างว่าไปซื้อสลากพร้อมกับแฟนสาววัย&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ปี เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;และได้สลักหลังสลากไว้ชัดเจน &amp;nbsp;เมื่อถูกรางวัลแฟนสาวได้โทรหาแม่ตัวเอง คือจำเลยในคดีนี้ว่าถูกรางวัลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และก็ส่งมอบให้จำเลยไปเพื่อขึ้นเงิน โดยหลังจากส่งมอบแล้วก็อ้างว่าจำเลยได้ยักยอกสลากเป็นของตัวเอง &amp;nbsp;ฝ่ายโจทก์จึงได้แจ้งความ และดำเนินการฟ้องโดยตรงต่อศาล ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง&amp;nbsp;ฝ่ายโจทก์มีพยานมาเบิกความคือโจทก์&amp;nbsp;และแม่ของโจทก์ ได้เบิกความยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าจำเลยยักยอกไป &amp;nbsp;และได้ขอหมายศาลไปยังกองสลาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบรางวัลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;งวดดังกล่าวว่า มีคนขอขึ้นเงินรางวัลไปหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่ารางวัลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ได้มีคนขึ้นเงินไปแล้ว และชื่อที่สลักหลังนั้นก็ไม่ใช่ชื่อโจทก์แต่อย่างใด จากนั้นโจทก์จึงขอแก้ฟ้องว่า จำไม่ได้ว่าถูกรางวัลชุดที่เท่าไหร่กันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์เบิกความมาทั้งหมด&amp;nbsp;ศาลได้วินิจฉัยว่า เป็นเพียงแค่พยานบุคคล และพยานบอกเล่า ไม่มีวัตถุพยาน หรือพยานเอกสารมายืนยัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่าจำเลยกระทำผิดจริง &amp;nbsp;และการที่จำเลยไปแจ้งความไว้เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;จำได้ว่าสลากที่ถูกรางวัลคือ ชุดที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นระยะเวลากระชั้นชิดกับตอนเกิดเหตุ &amp;nbsp;จึงน่าเชื่อว่าไม่อาจปั้นแต่งเรื่อง &amp;nbsp;ประกอบกับพยานเอกสารจากกองสลากก็ไม่ปรากฏชื่อโจทก์ &amp;nbsp;ที่สลักไว้หลังสลาก และไม่ปรากฏชื่อของจำเลย หรือญาติของจำเลยไปขึ้นเงิน &amp;nbsp;ศาลจึงมีคำพิพากษายกคำร้องโจทย์ในชั้นไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางมานิตย์ &amp;nbsp;และนางฉวีวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;รู้สึกดีใจที่ศาลยกคำร้องเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาก็ยืนยันในความบริสุทธิ์มาตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยอมรับว่าหลังถูกแจ้งความและฟ้องร้องกล่าวหาว่ายักยอกลอตเตอรี่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็ต้องตกเป็นจำเลยสังคมถูกตราหน้าเป็นหัวขโมยมานานกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้จะมั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่เคยเห็นลอตเตอรี่ดังกล่าวเลย และไม่รู้ว่าลูกเขยที่กล่าวหานั้นถูกลอตเตอรี่จริงหรือไม่&amp;nbsp;ที่ผ่านมาทุกข์ใจมา ทั้งยังต้องเสียเงินและเวลาในการเดินทางไปขึ้นศาล แต่พอมีทนายอาสามาช่วยเหลือจนล่าสุดศาลก็ได้พิจารณายกคำร้อง ก็รู้สึกดีใจจะได้ไปทำมาหากินตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมานิตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า หากถามว่าโกรธหรือไม่ที่ถูกกล่าวหา ก็ยอมรับว่าโกรธและเสียใจที่ลูกสาวของตัวเอง และลูกเขย ทำกับตนเองแบบนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่คงจะไม่เอาความหรือฟ้องกลับเพราะเห็นว่ายังเป็นเด็ก อาจทำไปเพราะความคึกคะนอง หรืออาจจะโกรธที่แม่บอกให้ฝั่งครอบครัวฝ่ายชายมาสู่ขอตามประเพณีหลายครั้งแต่ไม่ยอมมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็อยากจะเตือนสติทั้งสองคนให้หยุดพฤติกรรมโกหกจนทำให้คนอื่นเดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะถึงแม้ตนเองจะไม่เอาเรื่องแต่ก็ให้นึกถึงผลของการกระทำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นางมานิตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางฉวีวรรณ&amp;nbsp;หลานสาวที่ถูกฟ้อง และญาติพี่น้อง ได้พากันไปจุดธูปไหว้ศาลพระภูมิหน้าบ้าน เพื่อบอกกล่าวเจ้าที่หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;หลังจากที่พ้นเคราะห์จากข้อกล่าวหา และขอให้อย่ามีเรื่องต้องทุกข์ใจอีกเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะครอบครัวก็มีฐานะยากจนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17233</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สมศรี สายสมคุณ, นางฉวีวรรณ   ลูกจันทร์, บุรีรัมย์, มานิตย์    เต็มปักษี, ยกฟ้องลอตเตอรี่12ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9658114ffde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
